คำนวณภาษี ประเทศไทย 2026
คำนวณภาษีของคุณในประเทศไทย: ภาษีเงินได้ + เงินสมทบประกันสังคม
~$0
~0 EUR
0 THB
อัตราภาษีที่แท้จริง: 0%
0 THB
~20% (ลูกจ้าง)
0 THB
รายเดือน: 0 THB
การกระจายรายได้ของคุณ
อัตราภาษีรวมที่แท้จริง: 0%
อัตราภาษี ประเทศไทย 2026
ตัวอย่างการคำนวณ: เงินเดือน 50,000 บาท/เดือน (600,000 บาท/ปี)
1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ประมาณ 19,000 บาท)
รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย (50%, สูงสุด 100,000): 500,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
หักประกันสังคม: 9,000 บาท
เงินได้สุทธิ: 431,000 บาท
ภาษี: ประมาณ 19,050 บาท
2. เงินสมทบประกันสังคม (9,000 บาท)
อัตรา 5% แต่สูงสุด 750 บาท/เดือน
750 × 12 = 9,000 บาท/ปี
ประมาณ 47,663 บาท/เดือน | อัตราภาษีที่แท้จริง: ประมาณ 4.7%
ระบบประกันสังคมไทย 2026
เงินสมทบลูกจ้าง
- ประกันสังคม: 5%
- สูงสุด: 750 บาท/เดือน
เงินสมทบนายจ้าง
- ประกันสังคม: 5%
- สูงสุด: 750 บาท/เดือน
แหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการ
🇹🇭 คู่มือภาษีไทยฉบับสมบูรณ์
ทำไมต้องใช้เครื่องคำนวณภาษีนี้? ระบบภาษีเงินได้ของไทยมี 8 ขั้นอัตราก้าวหน้า (0–35%) พร้อมค่าลดหย่อนส่วนบุคคลและค่าใช้จ่ายมากมาย เครื่องคำนวณนี้คำนวณภาษีเงินได้และเงินสมทบประกันสังคม เพื่อแสดงรายได้สุทธิที่แท้จริงของคุณ
ประเทศไทยมีระบบภาษีเงินได้แบบก้าวหน้าที่บริหารโดยกรมสรรพากรภายใต้กระทรวงการคลัง การเสียภาษีของไทยยึดหลักถิ่นที่อยู่ทางภาษี: ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย 180 วันขึ้นไปในปีภาษีถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีและต้องเสียภาษีจากรายได้จากแหล่งในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2024 รายได้จากต่างประเทศที่โอนเข้ามาในประเทศไทยอาจต้องเสียภาษีด้วย
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2026
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี | เทียบเท่า EUR |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | 0% | 0 – ~3,900 EUR |
| 150,001 – 300,000 | 5% | ~3,900 – ~7,800 EUR |
| 300,001 – 500,000 | 10% | ~7,800 – ~13,000 EUR |
| 500,001 – 750,000 | 15% | ~13,000 – ~19,500 EUR |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | ~19,500 – ~26,000 EUR |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | ~26,000 – ~52,000 EUR |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | ~52,000 – ~130,000 EUR |
| มากกว่า 5,000,000 | 35% | > ~130,000 EUR |
※ เงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล 60,000 บาท ใช้ได้เพิ่มเติม
เพดานเงินสมทบประกันสังคม
เงินสมทบประกันสังคมมีเพดานจำกัดที่ต่ำมาก:
- อัตรา: 5% ของเงินเดือน
- เพดานเงินเดือน: 15,000 บาท/เดือน
- สูงสุดต่อเดือน: 750 บาท
- สูงสุดต่อปี: 9,000 บาท (ประมาณ 230 EUR)
สิทธิประโยชน์: ครอบคลุมการรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ เกษียณอายุ และสงเคราะห์บุตร
ค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่าย
ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล
- ผู้มีเงินได้: 60,000 บาท
- คู่สมรส: 60,000 บาท
- บุตร: 30,000 บาท/คน (สูงสุด 3 คน)
- บิดามารดา: 30,000 บาท/คน
ค่าใช้จ่ายที่หักได้
- ค่าใช้จ่ายเหมา: 50% (สูงสุด 100,000 บาท)
- ประกันชีวิต: สูงสุด 100,000 บาท
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: สูงสุด 500,000 บาท
- ดอกเบี้ยบ้าน: สูงสุด 100,000 บาท
โปรแกรมส่งเสริมการออม
- RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ): สูงสุด 30% ของรายได้ (สูงสุด 500,000 บาท)
- SSF (กองทุนรวมเพื่อการออม): สูงสุด 30% ของรายได้ (สูงสุด 200,000 บาท)
- Easy E-Receipt: โปรแกรมกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ประเภทรายได้ในประเทศไทย
รายได้จากการจ้างงาน
- เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส เบี้ยเลี้ยง
- หักภาษี ณ ที่จ่าย
รายได้จากธุรกิจ
- ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์
- หักค่าใช้จ่ายหลายวิธี
รายได้จากค่าเช่า
- ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์
- หักค่าใช้จ่ายเหมา 30%
กำไรจากการลงทุน
- หุ้นใน SET: ยกเว้นภาษี
- เงินปันผล: 10% หัก ณ ที่จ่าย
ไทย vs ฝรั่งเศส — เปรียบเทียบ
| เกณฑ์ | 🇹🇭 ไทย | 🇫🇷 ฝรั่งเศส |
|---|---|---|
| อัตราสูงสุด | 35% | 45% |
| เงินสมทบลูกจ้าง | 5% (สูงสุด 750 บาท/เดือน) | ~22% |
| เงินได้ที่ยกเว้นภาษี | 150,000 บาท (~3,900 EUR) | ~10,777 EUR |
| จำนวนขั้นภาษี | 8 | 5 |
| อัตราส่วนครอบครัว | ไม่มี (ลดหย่อนคงที่) | มี (ส่วน) |
| ดัชนีค่าครองชีพ | ~40–50 | 100 |
ทำไมต้องเลือกประเทศไทย?
ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ
- ใบอนุญาตทำงาน: ต้องมี Work Permit สำหรับรายได้จากการจ้างงาน
- รายได้จากต่างประเทศ: ตั้งแต่ 2024 รายได้ที่โอนเข้ามาในไทยอาจต้องเสียภาษี
- ถิ่นที่อยู่ทางภาษี: อยู่ 180+ วัน = ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทย
- ภาษีขาออกจากฝรั่งเศส: รายได้อาจถูกเก็บภาษีในฝรั่งเศสเป็นเวลา 10 ปีหลังย้ายออก
- อนุสัญญาภาษีซ้อน: ไทย–ฝรั่งเศส มีอนุสัญญาเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้ำ
- ค่าเงินบาท: อัตราแลกเปลี่ยนอาจผันผวน ส่งผลต่อรายได้เมื่อเทียบ EUR
การปฏิรูปภาษีล่าสุดของประเทศไทย
ประเทศไทยได้ดำเนินการปฏิรูปภาษีหลายประการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษีเงินได้จากต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 เป็นต้นมา กรมสรรพากรประกาศว่าเงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในประเทศไทยจะต้องเสียภาษีในปีภาษีที่นำเข้า ไม่ว่าจะเป็นปีที่ได้รับเงินได้หรือไม่ก็ตาม กฎใหม่นี้มีผลกระทบอย่างมากต่อชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและมีรายได้จากต่างประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังดำเนินโครงการ Easy E-Receipt เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้ผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้าและบริการที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์มาลดหย่อนภาษีได้ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ยังคงอยู่ที่ 7% (จากอัตราปกติ 10% แต่ลดไว้เป็นการชั่วคราวมาหลายปี) และรัฐบาลกำลังพิจารณาการขยายฐานภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐ
ใครต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี?
ในประเทศไทย ผู้มีเงินได้ทุกคนที่มีรายได้สุทธิเกินเกณฑ์ที่กำหนดต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91) ผู้มีเงินได้ประเภทเงินเดือนที่มีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี (คนโสด) หรือ 220,000 บาทต่อปี (สมรส) ต้องยื่นแบบฯ กำหนดเวลายื่นแบบคือภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป หากยื่นทางอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร (rd.go.th) จะได้ขยายเวลาถึง 8 เมษายน ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศไทย (อยู่ตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป) ต้องเสียภาษีจากเงินได้ที่ได้รับจากแหล่งในประเทศ และตั้งแต่ปี 2024 รวมถึงเงินได้จากต่างประเทศที่โอนเข้ามาด้วย ผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่เสียภาษีเฉพาะเงินได้จากแหล่งในประเทศไทยเท่านั้น
ปฏิทินภาษีและกำหนดเวลาสำคัญ
ปีภาษีของไทยเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม กำหนดการสำคัญมีดังนี้: มกราคม-กุมภาพันธ์ นายจ้างออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) 31 มีนาคม เป็นวันสุดท้ายสำหรับยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 กรกฎาคมและกันยายน ผู้ที่มีหน้าที่ยื่นแบบภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ต้องยื่นภายในเดือนกันยายน สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ค่าปรับสำหรับการยื่นแบบล่าช้าคือ 200 บาท พร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระ
เคล็ดลับการวางแผนภาษีในประเทศไทย
มีหลายวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายในการลดภาระภาษีในประเทศไทย กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท กองทุน RMF ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ (ไม่เกิน 500,000 บาท) และ กองทุน SSF ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ (ไม่เกิน 200,000 บาท) โดยทั้ง PVD, RMF และ SSF รวมกันต้องไม่เกิน 500,000 บาท ประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท และประกันสุขภาพอีก 25,000 บาท ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท สำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานในไทย ควรตรวจสอบอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศบ้านเกิด เพราะไทยมีอนุสัญญากับกว่า 60 ประเทศ รวมถึงฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา
รายละเอียดขั้นอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยใช้อัตราก้าวหน้า 8 ขั้นตั้งแต่ 0% ถึง 35% โดยคำนวณจากเงินได้สุทธิซึ่งเท่ากับเงินได้พึงประเมินหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว สำหรับผู้มีเงินเดือน ค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายหักได้50% ของรายได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีเงินเดือนเดือนละ 50,000 บาท (รายได้ปีละ 600,000 บาท) หลังหักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และเงินสมทบประกันสังคม 9,000 บาท จะมีเงินได้สุทธิประมาณ 431,000 บาท ภาษีที่ต้องชำระคือ: 150,000 บาทแรกยกเว้นภาษี, 150,001-300,000 บาท เสีย 5% (7,500 บาท), 300,001-431,000 บาท เสีย 10% (13,100 บาท) รวมภาษีประมาณ 20,600 บาท คิดเป็นอัตราภาษีที่แท้จริง (effective tax rate) เพียงประมาณ 3.4%ของรายได้รวม ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ทั้งนี้ เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกที่ได้รับยกเว้นภาษีนั้นเทียบเท่ากับรายได้เดือนละประมาณ 26,000 บาท (รวมค่าลดหย่อน) ซึ่งหมายความว่าผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากในประเทศไทยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เลย
ระบบประกันสังคมและสิทธิประโยชน์
ระบบประกันสังคมของไทยบริหารจัดการโดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ภายใต้กระทรวงแรงงาน ลูกจ้างและนายจ้างต่างฝ่ายต่างจ่ายเงินสมทบอัตรา 5% ของค่าจ้าง โดยมีเพดานค่าจ้างที่ 15,000 บาทต่อเดือน ทำให้เงินสมทบสูงสุดเพียงฝ่ายละ 750 บาทต่อเดือน (9,000 บาทต่อปี) สิทธิประโยชน์ครอบคลุม 7 กรณี: เจ็บป่วย (รักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ลงทะเบียน), คลอดบุตร (เบิกค่าคลอดได้ 15,000 บาทและรับเงินสงเคราะห์การหยุดงาน 50% ของค่าจ้าง 90 วัน), ทุพพลภาพ, เสียชีวิต (ค่าทำศพ 50,000 บาทและเงินสงเคราะห์แก่ทายาท), สงเคราะห์บุตร (800 บาทต่อเดือนต่อบุตรสูงสุด 3 คนจนบุตรอายุ 6 ปี), ชราภาพ (บำนาญหรือบำเหน็จเมื่ออายุ 55 ปี) และว่างงาน (50% ของค่าจ้างสูงสุด 180 วัน กรณีถูกเลิกจ้าง) สำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมาย จะต้องเข้าร่วมระบบประกันสังคมเช่นกันและมีสิทธิ์ได้รับสิทธิประโยชน์ทุกกรณี เงินสมทบประกันสังคมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง
ค่าลดหย่อนภาษีที่ควรรู้ทุกรายการ
ค่าลดหย่อนภาษี (tax deductions) เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดภาระภาษีของผู้เสียภาษีชาวไทย นอกจากค่าลดหย่อนพื้นฐานที่กล่าวไปแล้ว ยังมีค่าลดหย่อนอื่น ๆ ที่ควรทราบอีกหลายรายการ เงินบริจาคสามารถลดหย่อนได้ตามจำนวนที่บริจาคจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนอื่นแล้ว โดยเงินบริจาคให้สถานศึกษาหรือโรงพยาบาลรัฐสามารถหักได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาค เบี้ยประกันสุขภาพลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท) เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาลดหย่อนเพิ่มได้อีก 15,000 บาท ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตรลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 60,000 บาทต่อครรภ์ เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) มีการยกเว้นเงินได้เพิ่มเติม 190,000 บาท ผู้พิการได้รับยกเว้นเพิ่ม 190,000 บาทเช่นกัน การวางแผนค่าลดหย่อนอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้นปีจะช่วยให้ประหยัดภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ
กองทุน RMF, SSF และ LTF สำหรับการออมระยะยาว
การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการลดหย่อนภาษีของคนไทย กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีวัตถุประสงค์เพื่อการออมเงินสำหรับวัยเกษียณ ลดหย่อนได้สูงสุด30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีแต่ไม่เกิน 500,000 บาท ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (ไม่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อปี) และไถ่ถอนได้เมื่ออายุครบ55 ปีและลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปี กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) เป็นกองทุนที่มาแทน LTF ลดหย่อนได้สูงสุด30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีแต่ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า10 ปีนับจากวันที่ซื้อ ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกปี กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) หมดสิทธิลดหย่อนภาษีตั้งแต่ปี 2563 แต่ผู้ที่ซื้อก่อนหน้ายังคงถือหน่วยลงทุนอยู่ได้ ทั้งนี้ เพดานรวมของ RMF, SSF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข. และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
กำหนดเวลายื่นภาษีและระบบ e-Filing
การยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยมีกำหนดเวลาสำคัญที่ต้องจดจำ แบบ ภ.ง.ด.91 (สำหรับผู้มีเงินได้จากเงินเดือนอย่างเดียว) และ ภ.ง.ด.90 (สำหรับผู้มีเงินได้หลายประเภท) ต้องยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดจากปีภาษี หากยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร (เว็บไซต์ efiling.rd.go.th) จะได้รับการขยายเวลาไปถึงวันที่ 8 เมษายน ระบบ e-Filing ใช้งานง่าย รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สามารถคำนวณภาษีอัตโนมัติ ตรวจสอบสิทธิลดหย่อน และชำระภาษีออนไลน์ผ่านธนาคารหรือบัตรเครดิตได้ทันที นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชัน RD Smart Tax สำหรับยื่นภาษีผ่านสมาร์ทโฟน สำหรับผู้มีเงินได้จากธุรกิจ อาชีพอิสระ หรือค่าเช่า ยังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 (ภาษีครึ่งปี) ภายในเดือนกันยายน เพื่อชำระภาษีล่วงหน้าสำหรับรายได้ครึ่งปีแรก การไม่ยื่นแบบหรือยื่นล่าช้ามีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทและเงินเพิ่มอีก1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระ